วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประวัติส่วนตัว

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ  นาย   ณัฐพล                      นามสกุล          สิริพรสวรรค์      
ชื่อเล่น   อาร์ม                 ห้อง      Bc4      เกรดเฉลี่ย          2.57                
วันเกิด   29  มกราคม 
น้ำหนัก    59      กก. ส่วนสูง   164   ซม. กรุ๊ปเลือด    A    โรคประจำตัว    - 
E-mail s-l-a-v-e_arm@hotmail.com     
งานอดิเรก  อ่านหนังสือการ์ตูน                 
คติประจำใจ      ถึงผมจะเป็นคนเดินช้าแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะถอยหลัง

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บุคลิกภาพสไตล์ BIZCOM

 เครื่องแต่งกายมาตรฐานสุภาพสตรี          
เสื้อผ้า (Garment) เสื้อผ้าสุภาพสตรีที่เป็นมาตรฐานได้แก่
                 Basic suit เป็นชุดคนละชิ้น แบบเรียบ ตัดเย็บดี สวมใส่ได้รูป สีเบสิค ใช้ผ้าทำกระดุม ใช้อุปกรณ์ประกอบการแต่งกายได้หลายแบบ
                 Basic dress เป็นชุดติดกันแบบเรียบๆ มีรายละเอียดหรูกว่า Basic suit ใช้ได้หลายโอกาส ใช้ได้กับเครื่องประดับหลากหลาย
                 Suit dress เป็นเสื้อสองชั้น ข้างในเป็นชุดติดกัน (Dress) และมีเสื้อนอก(Jacket)สวมทับ กลางวันใช้เป็นสูท กลางคืนถอดสูทออกไปงานเลี้ยงได
        
เครื่องแต่งกายมาตรฐานสุภาพบุรุษ        
                สูท ประกอบด้วยเสื้อนอกและกางเกงสีเดียวกัน บางครั้งมีเสื้อกั๊กประกอบด้วย สูทจะเปลี่ยนไปตามแฟชั่น บางครั้งปกใหญ่หรือปกเล็ก  ตัวสั้นหรือตัวยาว กระเป๋าตรงหรือเฉียง กะดุมแถวเดียวหรือสองแถว ควรเลือกตามสมัยนิยม
                กางเกง มีด้วยกันหลายแบบเช่น ขาตรง ขาบาน ขาแคบ เป้าตึงและเป้าหย่อน ควรเลือกใช้ตามสมัยเช่นกัน
                สูทในงานพิธีการ(Formal Evening Wear) บางครั้งเรียกว่า Black Tie ประกอบ ด้วยเสื้อสีดำปกแบะทำจากผ้าต่วน หรือ ทักซีโด และเชิ้ตแขนยาว ผูกโบว์ไทสีดำ และถ้าเป็นงานพิธีการมากๆ จะสวมเสื้อนอกที่มีด้านหลังยาว
                เบลเซอร์ (Blazer) เป็นเสื้อนอกที่ใช้สวมทับเสื้อเชิ้ต แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับกางเกงสีเดียวกันหรือผ้าชนิดเดียวกัน

บุคลิกภาพ
                บุคลิกภาพในทางสังคมหมายถึง ภาพของแต่ละบุคคลที่ปรากฏในด้านการแต่งกาย ท่วงทีกริยา การแสดงออก ที่จะทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจทั้งในด้านบวกหรือด้านลบ ผู้ที่ปรากฏกายอย่างดีทั้งด้านการแต่งกายและมารยาทสังคมอันดี จะเป็นที่ประทับใจใคร่คบหาษมาคมนิยมชมชื่น บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่ที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน เช่น การฝึกท่วงทีกริยาที่ดูดี แต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ การมีมารยาทสังคมที่ดี

การเสริมสร้างบุคลิกภาพ

                การเสริมสร้างบุคลิกภาพสามารถพัฒนาได้ ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การทรงตัว การพูด ความสะอาดหมดจด ความนึกคิดที่ดี ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ดังนี้
         -  การนั่ง ควรนั่งไหล่ตรง หลังตรง วางมือในที่อันควร
         -  การยืน ควรยืนตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ขาตรง เท้าชิด หรือเบี่ยงเล็กน้อย
         -  การเดินและการเคลื่อนไหว ควรเดินตัวตรง ศีรษะตั้งตรง แกว่งแขนเล็กน้อย
         -  การหยิบของที่พื้น ควรย่อตัวลงหยิบ ไม่ใช่ก้มตัวลงหยิบ
         -  การพูด ควรพูดด้วยจังหวะที่ดี ใช้น้ำเสียงที่จริงใจ ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
         -  การแสดงสีหน้าควรแสดงสีหน้าปกติไม่แสดงความยินดีโกรธหรือเย็นชาจนเกินไป
         -  การคิด ควรคิดแต่สิ่งที่ดี ไม่หมกมุ่นอยู่กับความทุกข์
         -  การรักษาสุขภาพและความสะอาด ควรรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมกับความสูง รักษาสุขภาพกายและจิตให้ดีอยู่เสมอ  รักษาความสะอาดของร่างกาย  สุขภาพที่ดีจะส่งผลให้บุคลิกภาพดีด้วยเช่นกัน

การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะ 
                การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะหมายถึง การใช้เสื้อผ้ารวมถึงเครื่องประดับตกแต่งร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยให้เหมาะสมกับกาละคือเหมาะสมกับเวลากลางวัน กลางคืน งานเลี้ยงต่างๆ และเหมาะสมกับเทศะคือเหมาะสมกับสถานที่เช่น สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงภาพยนตร์ เป็นต้น
            

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

ครั้งที่ ๑ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ 
ฟังบรรยายเรื่อง มารู็จักสวนดุสิตกันเถอะ
โดย อ.สาระ  มีผลกิจ
                 ประวัติสวนดุสิตบางทีเราอาจจะเห็นเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ที่จริงแล้ว มันจำเป็นสำหรับนักศึกษาสวนดุสิตทุกคนเพราะในการที่เราได้มาศึกษาที่นั้น เราควรจะได้รับอะไรออกไปมากกว่าวิชาความรู้แต่เราควรทราบว่ามหาลัยของเรามีประวัติความเป็นมาอย่างไร และมาเป็นมหาลัยได้อย่างไร ใครถามเราจะได้ตอบได้และการที่เรารู้ประวัตินั้น ก็แสดงการเคารพต่อสถาบันด้วย


ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓
ฟังบรรยาย การพัฒนาบุคลิกภาพและธนาคารความดี  
โดย ผศ.โรจนา  ศุขะพันธุ์   
                  การที่ผมได้วิชานี้ ทำให้เป็นคนมีระเบียบวินัยมากขึ้น โดย เฉพาะเรื่องการแต่งกาย บุคลิคท่าทาง การที่ได้ทำอย่างนี้บ่อยๆทำให้เกิดความเคยชินและติดเป็นนิสัยเพื่อเป็นการ เสริมบุคลิกภาพที่ดีเมื่อเราแต่งกายเรียบร้อยบุคคลที่เห็นก็จะคิดว่าเราเป็นคนเรียบร้อยเพราะการแต่งการเป็นสิ่งที่คนเราเห็นก่อนทุกอย่างและสอนให้เป็นคนตรงต่อเวลา การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งอย่างมาก โดยเพราะตัวเราเป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจเพราะในโลกปัจจุบันถ้าไม่ทันต่อเวลาแหตุการณ์อะไรหรือผิดเวลา อาจทำให้เราสูญเสียเงินหลาย 100ล้านได้ และยังได้สอนการวิเคราะห์ ตัวเองจาก SWOTซึ่งเป็นการทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นเพราะได้นำผลที่วิเคราะห์ได้มาเป็นการเพิ่มจุดแข็งและลบจุดด้อยของตัวเองออกไป

ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๓
ฟังบรรยายเรื่อง การเงินส่วนบุคคล
โดย กษม  ภูติจินดานันท์
                การอบรมการออมในครั้งนี้ช่วยให้ผมได้คิดตระหนักถึงการออมมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่เริ่มฝึกการออมตั้งแต่วันนี้ เราอาจจะไม่สารารถที่จะออมได้ ในการอบรมครั้งนี้พี่เค้าได้สอน วิธีการออมเงินหลายๆอย่าง เพื่อให้เหลือเงินออมและอาจนำเงินออมที่ได้มานั้นมาลงทุนต่อเพื่อสร้างผลตอบแทน  บางทีเราอาจจะต้องใช้เงินกะทันหัน เราก็ยังสามารถนำเงินที่ออมนั้นมาใช้ได้ และยังได้สอนสิ่งที่สำคัญที่สุดใน ชีวิตก็คือเวลา เพราะเวลามันไม่ได้รอเรา เวลาจะเดินไปเรื่อยๆไม่มีวันหยุดแต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นก็คืออายุของเรา ถ้าเราไม่ได้สร้าง เงินออมไว้แต่อายุน้อยๆเมื่อเวลาล่วงเลยไปเราอาจจะพลาด สิ่งดีในชีวิตที่เข้ามาในชีวิตหลายๆอย่างได้


ครั้งที่ ๔ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓
รับชมวีดีทัศน์รายการภาษาไทยสโมสร เกี่ยวกับการพูดของครูในอดีตและการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง
โดย อ.ปรีชา  ล่วงลือ
                ได้ ฝึกทักษะในการพูดและเขียน รู้วิธีการพูดที่ดี และถูกต้องการพูดเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ทุกๆคนเห็นเป็นเรื่องง่าย แต่ที่จริงแล้วการพูดถูกต้องต้องได้รับการฝึกจนเคยชิน  และถ้าพูดผิดๆไปอาจทำให้การสื่อสารไม่เข้าใจกันซึ่งในปัจจุบันเราอาจไม่รู้ ตัวว่าเราพูดไม่ถูกเพราะการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ชอบใช้คำแสลงเยอะ และชอบนำคำต่างประเทศมาผสมจึงมาการฝึกขึ้น การเขียนก็เหมือนกันวิชานี้ได้มีการให้ฝึกให้เขียนและสอยเกี่ยวกับการเขียน เพราะปัจจุบันนี้ คนไทยชอบใช้ภาษาผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมาก วิชานี้จึงเสริมสร้างการเขียนให้ถูกต้อง และก็ถือว่าได้ร่วมรักษามกดกของชาติด้วย เพราะในโลกนี้ไม่มีชาติใดใช้ภาษาไทย
 

               
ครั้งที่ ๕ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓
ฟังเสวนาเรื่อง “จรรยาบรรณวิชาชีพกับธรรมะ”    
โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ  วัดอ้อน้อย  จ.นครปฐม           
                ได้รับฟังจริยธรรมในการงาน  การที่ได้อบรมเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า การทำงานไม่เพียงเพื่อได้รับค่าจ้างไปวันๆแต่เราต้องคำนึงในการทำงานนั้นด้วยว่าเราได้ทำการเบียดเบียนคนอื่นหรือไม่ และต้องไม่เดือนร้อนคนอื่นด้วย เพราะคนในปัจจุบันนี้เห็นเรื่องเงินเป็นสำคัญไม่ค่อยได้คิดถึงผู้อื่น และในเมื่อไม่เห็นผู้อื่นก็จะทำให้เกิดความเห็นแก่ตัวตามมา ซึ่งการอบรมนี้ได้ปลุกฝังให้เราเป็นคนที่ดีในสังคม และพร้อมที่จะออกไปอยุ่ร่วมกับคนอื่น

                การทำโครงการ IT การที่ได้ทำโครงการ ถือว่าเป็นการฝึกร่วมกันเป็นทีม มนุษย์ถึงเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำงานคนเดียวได้ต้องมีการทำงานแบบทีม ซึ่งได้ฝึกหารมีส่วนร่วมด้วยกัน และความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งเท่านั้นยังไม่พอ เราได้สิ่งต่างๆจากสังคมมามากแล้ว เราควรทำสิ่งต่างๆคืนให้แก่สังคมและรู้จักการเสียสละ ซึ่งถ้าไม่ฝึกไว้เลยเราก็จะไม่สามารถจะมีได้ในอนาคตรน